เครื่องดับเพลิงสำหรับไฟไหม้เล็ก ๆ ทุกชนิดโดยเฉพาะ

ในขณะที่หลายบ้านไม่มีเครื่องดับเพลิง ตามปกติกฎหมายจะกำหนดให้โรงงาน, สำนักงาน, และอาคารสาธารณะต้องมีเครื่องดับเพลิง. เครื่องดับเพลิงชนิดพื้นฐานคือ ชนิดน้ำ, เคมีเปียก, โฟม, เคมีแห้ง, และคาร์บอนไดออกไซด์. เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซฮาลอนนั้นเลิกใช้กันไปแล้ว เพราะเชื่อกันว่าเป็นสารที่ทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศของลูกโลก. เพื่อช่วยผู้ใช้ให้เลือกเครื่องดับเพลิงได้ถูกชนิดเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เครื่องดับเพลิงรุ่นต่าง ๆ ส่วนใหญ่มีภาพสัญลักษณ์บอกว่าที่ไหนใช้ได้และที่ไหนห้ามใช้ หรือไม่ก็อาจบอกไว้เป็นรหัสสี. และส่วนใหญ่มีตัวอักษร เช่น A, B, หรือ C บอกให้ทราบว่าใช้กับไฟประเภทไหน. ก๊าซที่อัดความดันไว้จะขับส่วนผสมออกฤทธิ์ออกมาทางหัวฉีดด้วยความเร็วสูงเมื่อบีบที่มือจับตรงส่วนหัว. เนื่องจากเครื่องดับเพลิงบรรจุก๊าซอัดความดัน จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบเป็นระยะ ๆ. และควรติดตั้งเครื่องดับเพลิงไว้ใกล้ทางออกและในตำแหน่งที่นำมาใช้งานได้ง่าย. ตอนนี้ ให้เรามาพิจารณาเครื่องดับเพลิงแต่ละชนิดโดยสังเขป.

เครื่องดับเพลิงชนิดเคมีแห้งยับยั้งการลุกไหม้ด้วยกระบวนการทางเคมีและเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องดับเพลิงครอบจักรวาล. เคมีแห้งไม่เพียงมีประสิทธิภาพในการดับเพลิงประเภท A และประเภท B เท่านั้น แต่ยังใช้ดับเพลิงประเภท C (เครื่องใช้ไฟฟ้า) ได้ด้วย. ดังนั้น เครื่องดับเพลิงอเนกประสงค์ชนิดนี้ให้การปกป้องอย่างดีเยี่ยมสำหรับบ้านของคุณ. เคมีแห้งมักทำให้เลอะเทอะ—แต่ถึงตอนนั้นความเลอะเทอะคงเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความเสียหายจากไฟไหม้!

เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำอัดความดันเหมาะมากสำหรับดับไฟที่ไหม้กระดาษ, ไม้, พลาสติก, ขยะ, หรือเส้นใย. เพลิงที่เกิดจากวัสดุเหล่านี้เรียกว่าเพลิงประเภท A. ประสิทธิภาพของน้ำในฐานะสารดับเพลิงอยู่ที่ความสามารถอันเยี่ยมยอดในการดูดซับความร้อน. เมื่อมีปริมาณมากพอ น้ำจะขจัดความร้อนได้เร็วกว่าที่ไฟสามารถทำให้เกิดขึ้น และด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ไฟมอดลง. แต่อย่าใช้น้ำดับของเหลวที่ติดไฟ. การทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้ไฟลุกลามอย่างรุนแรง! นอกจากนั้น เนื่องจากน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้า คุณไม่ควรใช้น้ำหรือเครื่องดับเพลิงชนิดน้ำในที่ซึ่งอาจมีสายไฟที่มีไฟ.

เครื่องดับเพลิงชนิดเคมีเปียกใช้สารละลายเกลืออัลคาไลในน้ำอัดความดัน และมีประสิทธิภาพสูงในการดับไฟที่ไหม้ไขมันและน้ำมันปรุงอาหาร แต่ดับไฟที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ไม่ดี. เครื่องดับเพลิงชนิดนี้ยังมีประสิทธิภาพในการดับเพลิงประเภท A ด้วย.

เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมใช้ได้ดีไม่เฉพาะกับเพลิงประเภท A เท่านั้น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลิงที่เกิดจากของเหลวติดไฟได้ (สารหล่อลื่นที่ใช้ในอุตสาหกรรม, เชื้อเพลิง, สี) ซึ่งจัดอยู่ในเพลิงประเภท B. เครื่องดับเพลิงชนิดโฟมมีสองแบบ ดังนั้น ควรตรวจดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับความต้องการของคุณมากกว่า. เมื่อใช้กับของเหลวติดไฟได้ โฟมจะเคลือบของเหลวด้วยฟิล์มบาง ๆ เหนียวแน่นซึ่งกักไอระเหยที่ติดไฟไว้และยังกันออกซิเจนด้วย. ด้วยเหตุนั้น ต้องฉีดพ่นโฟมเบา ๆ ไม่ให้ทะลุลงไปในของเหลว แต่พ่นให้กระจายคลุมของเหลวนั้นให้ทั่ว. ควรระมัดระวังอย่าใช้โฟมใกล้ ๆ กับไฟฟ้า.

เครื่องดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์อาจใช้ได้ดีกับเพลิงเกือบทุกประเภทยกเว้นเพลิงที่เกิดจากก๊าซ. เครื่องดับเพลิงชนิดนี้ทำงานโดยใช้หลักที่ว่า คาร์บอนไดออกไซด์แทนที่ออกซิเจน. แต่ดังที่เราเห็นแล้วก่อนหน้านี้ หากสิ่งของที่ติดไฟยังร้อนอยู่ การลุกไหม้เองอาจเกิดขึ้นอีก. คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซ ดังนั้น เมื่อใช้ในที่โล่งซึ่งมีลมพัดจึงไม่ได้ผลเต็มที่. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ทำให้เลอะเทอะ เครื่องดับเพลิงชนิดนี้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะใช้กับเครื่องยนต์กลไกและเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน. แต่ในที่ซึ่งมีพื้นที่จำกัด คาร์บอนไดออกไซด์อาจทำให้หายใจไม่ออก ดังนั้น หากคุณใช้ในที่อย่างนั้น เมื่อไฟดับแล้วควรรีบออกไปและปิดประตูเอาไว้.

ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Alarm ไฟอราม) แบบ Multiplex ใช้หลักการทำงานและรับ-ส่งสัญญาณแบบใด

ระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Alarm ไฟอราม) แบบ Multiplex ใช้หลักการทำงานและรับ-ส่งสัญญาณแบบใด

จะใช้การสื่อสารสัญญาณแบบลูป (Loop) โดยใช้สายนำสัญญาณอยู่ 2 เส้น (Two Wire) วางระบบแบบ Class A. เพื่อจะให้ตู้ควบคุมระบบ (FCP) ส่งสัญญาณโปรโตคอล (Protocol) ที่มีการเชื่อมโยง เครือข่ายที่มีฮาร์ดแวร์ต่างกันจำเป็นต้องกำหนดข้อตกลงร่วมกันเป็นลักษณะของตัวเองออกไปพร้อมระบุตำแหน่ง (Addressable) ให้ปลายทางรับข้อมูลที่ส่งไป เมื่อส่งสัญญาณไปยังปลาย

ทางอุปกรณ์ที่ถูกระบุตำแหน่ง เช่น Module ชนิดต่างๆ หรือ Addressable Smoke Detector หรือAddressable Heat หรือ Addressable Manual Call Point หรือ Addressable Horn ก็จะแจ้งสถานะ

ตัวเองกลับไปที่ตู้ควบคุมระบบไฟอราม (FCP) สายที่ใช้เชื่อมระบบนี้จะมีสัญญาณอยู่ตลอดเวลา จึงต้องใช้สายทนไฟ Fire Resistant Cable (FRC) มีขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 หรือ 2.5 mm2 หรือ Twisted Pair Shield ขนาด 18 AWG ถึง 12 AWG (ขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินระบบว่าใกล้หรือไกล) เพื่อป้องกัน สัญญาณรบกวนจากภายนอก และ ระยะในการติดต่อสื่อสารกับตู้ควบคุมระบบสายชุดต่อมาจะเป็น สายไฟเลี้ยงอุปกรณ์ประเภทที่ต้องอาศัยการรีเซ็ตจากการหยุดจ่ายไฟชั่วขณะ (Power Resetable) เช่น Smoke หรือ Beam Smoke เป็นสายทนไฟ FRC หรือTHW ก็ได้ ขนาดของสายก็แล้วแต่ระยะทางที่เดินสายในระบบ หรือ แล้วแต่สเปกที่ผู้ออกแบบระบบกำหนดไว้ สายชุดถัดมาเป็น สายไฟ เลี้ยงอุปกรณ์สัญญาณแจ้งเหตุ เช่น กระดิ่ง (Bell) หรือ ฮอร์น (Horn) หรือแสงไฟกระพริบ (Strobe) ต่างๆ (Power Non-Resetable) ใช้สายทนไฟ FRC หรือ THW ก็ได้ ส่วนขนาดของสายก็แล้วแต่ระยะทางที่เดินสายในระบบ หรือแล้วแต่สเปกที่ผู้ออกแบบระบบได้กำหนดไว้ สายชุดสุดท้ายเป็น สายนำสัญญาณ RS-485 หรือ RS-232 สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องปริ้นเตอร์ หรือ ตู้ควบคุมและแสดงผลระยะไกล (Remote Annunciator) หรือ ตู้แผนผังแสดงตำแหน่งจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ (Graphic Annynciator) แล้วแต่สเปกที่ผู้ออกแบบระบบได้กำหนดไว้

จะเลือกประตูม้วนแบบไหนถึงจะเหมาะสม

จริงๆแล้วประตูม้วนมันมีกี่แบบ แล้วจะเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะสม ประตูม้วนนะจริงๆ มีเพียง 3 แบบหลักคือ แบบมือดึง, แบบมีมอเตอร์ (รีโมท), และแบบรอกโซ่ โดย 2 แบบแรกเหมาะกับบ้านทั่วไปที่มีประตูไม่กว้างและสูงมาก แต่แบบหลังมักเหมาะกับประตูโรงงานมากกว่า ปัจจุบันนี้ สามารถทำไดทั้งที่เป็นประตูเหล็ก และสแตนเลส ส่วนราคาต่างกันลิบ ด้านความสวยงานประตู แล้วแต่ความชอบแต่ะละคนเลยดีกว่า ที่อยากให้ทึบหมด โปร่งบน ล่าง หรือกลาง เลือกได้ตามใจชอบ

1. ระบบสปริงมือดึง (Analogue) เป็นระบบที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยกำลังคน ขนาดประตูที่เหมาะสม คือ ความกว้างและความสูงไม่ควรเกิน 4 เมตร น้ำหนักของประตูเฉลี่ยไม่ควรเกิน 120 กิโลกรัม ถ้าต้องการความกว้างที่มากกว่า 4 เมตร ควรแบ่งประตูออกเป็นช่วงๆและเสริมเสากลาง โดยแต่ละช่วงกว้างไม่เกิน 4 เมตรเช่นเดียวกัน หรือใช้เป็นระบบอื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า เช่นระบบมอเตอร์หรือรอกโซ่

2. ระบบมอเตอร์ (Remote Controll) เป็นระบบที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้สามารถรองรับประตูที่มีขนาดใหญ่ได้ โดยรับน้ำหนักได้สูงถึง 2,000 กิโลกรัม มีขนาดความกว้างในช่วง 3-15 เมตร ขึ้นอยู่กับมอเตอร์ที่ใช้ โดยปกติประตูระบบนี้จะมีรอกโซ่ฉุกเฉินที่ควบคุมด้วยมือไว้ใช้เปิดปิดแทนได้ กรณีที่ระบบไฟฟ้าขัดข้อง (แต่ต้องมีประตูอื่นไว้เผื่อสำรองด้วย) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้ร่วมกับรีโมทคอนโทรล เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น

3. ระบบรอกโซ่ (Hoist System) เป็นระบบที่ควบคุมการเปิดปิดด้วยกำลังคนเช่นเดียวกับแบบระบบสปริงแต่ว่า สามารถรองรับประตูที่มีขนาดใหญ่กว่าแบบสปริง โดยขนาดของประตูกว้างไม่เกิน 7 เมตรและสูงไม่เกิน 5 เมตร น้ำหนักไม่ควรเกิน 700 กิโลกรัม ที่รับน้ำหนักได้มากกว่าเนื่องจากระบบนี้ใช้ระบบรอกในการช่วยทดน้ำหนัก แต่ว่าประตูแบบรอกโซ่นี้สามารถเปิดปิดได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น (ฝั่งที่มีโซ่อยู่) ดังนั้นจึงต้องมีประตูที่เป็นทางออกอยู่อีกทางหนึ่งเพื่อไว้เป็นทางออกหลัง จากปิดประตูม้วนหรืออาจทำเป็นประตูเล็กประกอบอยู่ในประตูม้วนก็ได้

เพิ่มเติมได้ที่ : http://www.swdshutterdoor.com

เกณฑ์ในการเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ดีได้มาตรฐาน

การได้ทบทวนตนเอง การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองเพื่อเตรียมตัวแก่อย่างมีความสุข ก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคิดบวก การมองโลกในแง่ดีเพื่อให้ตนเองเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุข เกณฑ์ในการเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ดีได้มาตรฐาน

1. พนักงานมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคนป่วย

พนักงานที่อยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ควรเป็นพนักงานที่มีความรู้และประสบการณ์ในการจัดการคนป่วย เนื่องจากผู้ป่วยมีความแตกต่างใจการต้องการการดูแลต่างกันไป เช่น ผู้ป่วยบางรายต้องใส่สายยางช่วยกินอาหาร บางท่านมีแผลกดทับต้องพลิกตัว บางท่านเป็นโรคเกี่ยวกับสมองไม่สามารถจำรายละเอียดต่างๆหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นประสบการณ์ของพนักงานถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง

2. มีทีมงานพยาบาลและมีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุโดยตรงประจำตลอด

นอกจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องมีพนักงานประจำที่เชี่ยวชาญแล้วยังจำเป็นต้องมีพยาบาลที่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลลผู้ป่วยโดยตรงด้วย เนื่องจากพยาบาลจะสามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินหรือสามารถปฎิบัติการทางการแพทย์ได้ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคในระดับสูง ดังนั้นหากสถานดูแลคนชราที่เราเลือกก็ควรเลือกที่มีพยาบาลประจำ

3. มีการวางแผนดูแลผู้ป่วยหรือคนชราทั้งร่างกายและจิตใจ

แผนสำหรับการดูแลผู้ป่วยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก การดูแลสุขภาพของคนชราควรมีแผนในการดูแลแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ควรขาดอย่างใดอย่างหนึ่งงไป การดูแลทางร่างกายเช่น การมีกิจกรรมต่างๆให้ออกกำลังกาย และโยงไปถึงการดูแลทางจิตใจเช่น อาจจะมีกิจกรรมให้ผู้ป่วยได้ลองทำตามความเหมาะสมเพื่อให้เขาสนุกสนาน เป็นต้น

4. มีอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน

อุปกรณ์ฉุกเฉินเบื้องต้นเป็นสิ่งที่สถานดูแลคนชราควรจะต้องมีไว้ตั้งแต่อุปกรณ์เล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องสำคัญ เช่น สายยาง ถังออกซิเจน ยาต่างๆ อุปกรณ์ทำแผล ไปจนถึงรถที่จะขนส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลและคนขับ หากสถานที่ใดขาดตกบกพร่องในเรื่องนี้ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราไม่พิจารณาได้

5. สภาพแวดล้อมและสถานที่ถูกสุขลักษณะ

สภาพแวดล้อมเกี่ยวข้องโดยตรงกับจิตใจและเชื่อมโยงทางร่างกายอย่างต่อเนื่องกัน ดังนั้นสถานที่ที่มีความสงบ ผ่อนคลาย ถูกตามสุขลักษณะ จะช่วยให้จิตใจของคนที่มาพักรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ยิ่งมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆก็ยิ่งดี ดังนั้นก่อนจะพิจารณาเลือกสถานดูแลคนชราหรือผู้ป่วยอย่าลืมไปเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อน

ทุกธุรกิจสามารถเติบโตในยุค Digital Transformation

ถึงตอนนี้ ใครยังคิดว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของตัวเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation (ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่น) อีกบ้าง? ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงเริ่มทำความเข้าใจ หรือกำลังมองหาจุดเริ่มต้นเพื่อก้าวสู่เทคโนโลยีขั้นต่อไป เราขอทำหน้าที่อธิบายเพื่อให้คุณเข้าใกล้เทคโนโลยีมากขึ้นอีกนิด และเข้าใจว่าเทคโนโลยีนั้นช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างไร…?

เริ่มต้นให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือ…ทุกธุรกิจสามารถเติบโตในยุค Digital Transformation จากการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี เพื่อเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างเสรี แต่จากอิสระในการใช้และเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ยังมีเงื่อนไขบางประการ คือ ภาคธุรกิจต้องพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อย่างทันท่วงที ซึ่งเทคโนโลยีที่จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้ธุรกิจได้นั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลประกอบการวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามให้ธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์

แม้ว่ายุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนี้ จะทำให้เกิดบรรทัดฐานใหม่สำหรับภาคธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมทุกประเภทล้วนได้รับผลกระทบ เนื่องจากทั้งแบรนด์และผู้บริโภคต่างมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลระหว่างกันได้โดยอิสระ ทำให้แบรนด์จำเป็นต้องรับฟังผู้บริโภคมากขึ้น ส่วนนี้เองที่ทำให้ข้อมูลมีความสำคัญมากกว่าที่เคย! วิธีการใหม่ๆ ถูกสร้างสรรค์เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้เป็นที่พึงพอใจ ดังนั้น ความท้าทายที่ภาคธุรกิจต้องพบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการ และการประยุกต์ใช้ แต่เพียงเท่านั้นยังไม่พอ! เพราะโอกาสที่คุณจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางธุรกิจเพื่อสร้างกลยุทธ์หรือรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ก็คือ “กลยุทธ์การเลือกทำเลที่ตั้ง” (Location Strategy) ซึ่งมีหน้าที่อธิบายสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นให้เป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่คุณไม่เคยเข้าถึง

ระบบการไหลอากาศของพัดลมไอน้ำ

พัดลมไอน้ำแต่ละชนิดจะมีเส้นกราฟแสดงคุณลักษณะระหว่างความดันสถิต (static pressure) หรือ ความดันรวม (total pressure) และปริมาตรการไหลของอากาศ (volume flow) เฉพาะตัวสำหรับพัดลมชนิดนั้น เรียกว่า fan characteristic curve หรือเรียกย่อๆว่า fan curve ส่วนระบบการไหลของอากาศ (airflow system) ซึ่งประกอบไปด้วย พัดลม และอุปกรณ์หลายๆอย่าง เช่น ท่อ ข้องอ ส่วนขยาย (expanding) ขดร้อน ขดเย็น ตะแกรง ตัวป้องกัน ช่องลม บานเกล็ด ตัวควบคุมอากาศ เป็นต้น โดย อุปกรณ์แต่ละอย่างก็จะก่อให้เกิดความต้านทาน (resistance) ต่อการไหลของอากาศ พัดลมจึงต้องสร้างความดันสถิตที่จะเอาชนะความต้านทานเหล่านี้ ความต้านทานทั้งหมดที่เกิดขึ้นเรียกว่า system resistance หรือ resistance pressure และความดันสถิตที่พัดลมสร้างขึ้นอย่างน้อยต้องเท่ากับ resistance pressure ที่เกิดขึ้น

ระบบการไหลของอากาศ (airflow system) ก็จะมีเส้นกราฟเฉพาะ (characteristic curve) ระหว่างความดันของความต้านทาน (resistance pressure) กับปริมาตรการไหลของอากาศ (volume flow) ซึ่งแสดงถึงปริมาณความดันสถิตที่ต้องการเพื่อขับดันให้อากาศไหลผ่านระบบไปได้ เรียกว่า system characteristic curve หรือเรียกย่อๆว่า system curve และถ้าเรารวม fan curve และ system curve มาไว้บนกราฟแผ่นเดียวกัน ตามปกติจะเกิดจุดตัดของเส้นกราฟทั้งสองซึ่งทำให้ทั้งพัดลมไอน้ำและระบบการไหลของอากาศทำงานได้ดี เรียกว่า point of operation

โดยทั่วไปแล้วการไหลของอากาศผ่านระบบต่างๆจะเป็นแบบปั่นป่วน (turbulence) มาก ความดันของความต้านทานของระบบจึงมักแปรเปลี่ยนกับปริมาตรการไหลยกกำลังสอง หรือเป็นเส้นกราฟพาราโบลา (parabola) ผ่านจุดเริ่มต้น (origin) ตามรูปเป็นกราฟระหว่างความดันสถิตและกำลังงานที่ใช้กับปริมาตรการไหล และกราฟความดันของความต้านทานของระบบกับปริมาตรการไหล กราฟทั้งสองตัดกันที่จุด working pressure และ working power ตามลำดับ ซึ่งใช้สำหรับออกแบบค่าความดันสถิตและกำลังงานของพัดลม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำงานของระบบมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องมีการเผื่อค่าความดัน (pressure safety margin) เพิ่มขึ้นราว 30-50% เพราะถ้าเผื่อค่าความดันน้อยเกินไป พัดลมโดยเฉพาะพัดลมแบบไหลตามแนวแกนก็มีโอกาสที่จะทำงานในช่วง stalling ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศไหลผ่านใบพัดแยกตัวออกจากใบหรือเกิด separation ขึ้น แต่ถ้าเผื่อค่าความดันมากเกินไป กำลังงานของมอเตอร์ก็จะมากเกินไปทำให้ต้นทุนเครื่องจักรสูงเกินไป การเผื่อค่าความดันเพิ่มขึ้นราว 30-50% จึงเป็นการเหมาะสมในแง่การป้องกันความเสี่ยงและการลงทุนมากเกินเหตุ

วิธีการเลือกบริษัทกำจัดปลวกเพื่อใช้บริการ

ปัจจุบัน บริษัท หรือหน่วยงานที่ให้บริการกำจัดปลวกนั้นมีอยู่มากมายหลายบริษัทเพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเยอะมากแต่ส่วนมากบริษัทเหล่านี้มักเป็นบริษัทเถื่อนที่มีการจัดตั้งขึ้นมารับงานอย่างผิดกฏหมาย ไม่ถูกหลักเกณฑ์ดังนั้นเมื่อมีอะไรผิดพลาดผู้บริโภคจึงมักจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้น หากต้องการจะเลือกใช้บริการของบริษัทกำจัดปลวกควรมีหลักเกณฑ์ในการเลือก เพื่อที่จะได้รับบริการที่มีคุณภาพมากที่สุด

หลักการเลือกบริษัทกำจัดปลวกนั้น มีดังต่อไปนี้

1.บริษัทต้องมีใบจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถนำมาอ้างอิงได้

2.มีใบรับรองอนุญาตการค้า อย่างชัดเจนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

3.ต้องมีใบอนุญาต ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างถูกต้องและชัดเจน ตลอดจนใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายจากสำนักกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข

– มีใบ ภพ.20 หรือ ใบเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

– ใบรับรองการเป็นสมาชิก

ชมรมผู้ประกอบกิจการกำจัดแมลงแห่งประเทศไทยหรือชมรมผู้ประกอบกิจการกำจัดแมลงลานนา หรือชมรมประกอบกิจการอื่นๆที่เชื่อถือได้

บริษัทกำจัดปลวกที่ดี

1.ต้องมีใบประกาศนิยบัตรการอบรมความรู้ในการกำจัดปลวกในการควบคุมแมลงและสัตว์พาหนะนำโรคและมีใบอนุญาตในการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดแมลงและสัตว์ฟันแทะในบ้านเรือนหรือในทางสาธารณสุข ตามที่กฏหมายกำหนดไว้

– ใบรับรองมาตรฐานจากองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ การอนามัย หรือ

มาตรฐานการทำงาน เช่น ISO : 9001 , ISO : 18000 เป็นต้นซึ่งบริษัทที่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้ จะเป็นบริษั่ทที่มีมาตรฐานในการทำงานและการให้บริการสูง

2.บริษัทมีแหล่งที่ตั้งชัดเจน สามารถตรวจสอบได้และสามารถติดต่อในเวลาทำการได้ตลอดแหล่งที่ตั้งควรเป็นอาคารสำนักงานแบบมาตรฐานที่ยอมรับได้

– สารเคมีในบริษัท ต้องเป็นสารเคมีที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้จากกระทรวงสาธารณสุขโดยตรงไม่มีการนำเอาสารเคมีที่นอกเหนือจากนั้นมาใช้งานโดยพละการซึ่งหน่วยงานที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องชอบนำมาใช้ และสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยคือเกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหรือคน เพราะมีสารเคมีตกค้าง

3.บริษัท มีประสบการณ์ ที่ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง อาจโดยทางต่างๆ เช่นการบอกต่อ การพูดถึง หรือการ แนะนำ จากผู้ที่เคยใช้บริการ ในแง่บวก เช่น
Feedback ต่างๆ บริการหลังการขาย ฯลฯ

– ราคาที่นำเสนอ ควรอยู่ในระดับที่สามารถรับได้ ไม่แพงมากจนเกินไป

– พนักงานมีความสุภาพ เรียบร้อย มีบุคลิกดี

เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถอ้างอิงได้ถึงมาตรฐานการบริการอย่างไรก็ตาม ที่กล่าวไปแล้วนั้นเป็นเพียงปัจจัยที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการจากบริษัท หรือหน่วยงานให้บริการกำจัดแมลงเท่านั้น แต่การที่จะตัดสินใจเลือกจริงๆก็ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเป็นสำคัญ ว่าจะเลือกแบบไหน เพื่อให้ได้รับการบริการที่ดีที่สุด

ราคา วัสดุก่อสร้างกับการเลือกผู้ขายดี

แหล่งที่มาของวัสดุก่อสร้างก็มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องราคา กรณีที่เรามีปริมาณการสั่งซื้อจำนวนมาก ถ้าเราสามารถเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างจากโรงงานผลิตโดยตรงหรือผู้ขายที่เป็นตัวแทนจำหน่ายจากโรงงานผลิต จะทำให้เราได้ราคาวัสดุก่อสร้างที่ถูกลง เนื่องมาจากผู้ขายเหล่านี้ไม่มีต้นทุนในการสต็อกสินค้า และมีจำนวนคนกลางที่ลดลง ทำให้เราสามารถ ซื้อวัสดุก่อสร้าง ได้ในราคาที่ถูกลงกว่าราคาในท้องตลาด 2-10% กันเลยทีเดียว

การเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างในระยะแรก เราอาจจะลองซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้ขายหลายๆ เจ้าก่อน หลังจากนั้นผ่านไป ก็ให้เลือกผู้ขายเจ้าที่เป็นพันธมิตรด้วย บริการดี ราคาโอเค ขนส่งไว เพราะถ้าในอนาคตมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราอาจจะขอความช่วยเหลือจากผู้ขายเจ้าประจำของเราได้ และเขาก็น่าจะยินดีช่วยเราเต็มที่ ถ้าเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน ดีกว่าการเลือกซื้อจากผู้ขายหลายๆเจ้า โดยเน้นแต่ราคาถูก พอถึงเวลามีปัญหา ก็ไม่มีผู้ขายเจ้าไหนช่วยเราได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นก็เป็นได้

ระบบสัญญาณกันขโมยชนิดไร้สาย ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบสัญญาณกันขโมยชนิดไร้สาย ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนมียามที่ไม่อู้ ไม่แอบหลับ ไม่ต้องห่วงเรื่องไว้ใจยามได้หรือไม่ ระบบกันขโมยจะคอยเฝ้าระวังให้ แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบผู้บุกรุก ในขณะที่นอนหลับ โจรอาจกำลังงัดหน้าต่างเพื่อแอบเข้ามาภายในบ้าน หรือกำลังพยายามขโมยรถ เมื่อไซเรนร้องเสียงดัง โจรก็จะหนีไป หรืออย่างน้อย ก็ช่วยให้เราตื่นขึ้นมา มีเวลาตั้งสติ รู้ว่าโจรกำลังงัดเข้ามาทางไหน มีเวลาให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่มีอันตรายนี้ได้อย่างเหมาะสม ร้องขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ดีกว่ารู้ตัวอีกที โจรก็เข้ามาถึงในห้องนอน ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เหมือนที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง หรือถ้าเกิดเหตุตอนที่ไม่อยู่บ้าน ก็ยังสามารถรู้ได้ว่าโจรกำลังงัดบ้าน เราสามารถโทรแจ้งยามหมู่บ้านหรือตำรวจเพื่อขอความช่วยได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะครอบครัวที่มีพ่อและแม่ที่อายุมากแล้วอยู่ที่บ้าน ลดโอกาสที่จะเกิดเหตุความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน การทำร้ายร่างกาย และอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต ดังนั้นการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมย ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะระบบกันขโมยมีวัตถุประสงค์เชิงป้องกันเหตุก่อนที่จะเกิด แตกต่างจากระบบกล้องวงจรปิด ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการบันทึกภาพให้มีหลักฐานหรือร่องรอย เพื่อการสืบค้น หาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ แต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว การถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต นั้นเรียกคืนไม่ได้ ดังนั้นถึงแม้ว่า จะตามจับผู้กระทำผิดมารับโทษได้ ตัวเราเองหรือคนที่เรารักก็ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของระบบกันขโมยบ้านและระบบกล้องวงจรปิด อยู่คนละมุม ขึ้นกับจุดประสงค์ของการนำไปใช้ เช่น ถ้าที่บ้านเป็นร้านขายของชำ แล้วต้องการระบบเพื่อให้สามารถรู้ได้ว่า ใครแอบขโมยของ แน่นอนต้องเลือกใช้กล้องวงจรปิด แต่ถ้าเจ้าของบ้านเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะขณะนอนหลับ หรือไม่อยู่บ้าน อันนี้ก็ควรจะเลือกติดตั้งระบบกันขโมยบ้าน จริงๆแล้ว ถ้าพอมีกำลัง แนะนำว่าให้ติดตั้งทั้งระบบสัญญาณกันขโมยและระบบกล้องวงจรปิดทั้งคู่ เพื่อที่จะได้ป้องกันก่อนเกิดเหตุ และมีหลักฐานให้สืบค้นภายหลังเกิดเหตุ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทั้งในเรื่องของคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้นมาก ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มความน่าสนใจในการพิจารณายิ่งขึ้น

โครงการหุ่นยนต์ AI เขียนข่าว

นักข่าวมีหนาว! โครงการหุ่นยนต์ AI เขียนข่าว เพิ่งได้รับทุนจาก Google กว่า 27 ล้านบาท

ปฏิเสธถึงบทบาทของหุ่นยนต์ AI ไม่ได้จริงๆ ซอฟต์แวร์เขียนข่าวจากสมาคมสื่อในอังกฤษที่เขียนได้ 30,000 ชิ้นต่อเดือน แต่ยังได้แค่ข่าวธรรมดา ล่าสุด ได้รับทุนสนับสนุนจาก Google คาดว่าหลังจากนี้คงได้เห็นพัฒนาการที่มากขึ้น

ไม่นานมานี้ Google ได้สนับสนุนสมาคมสื่อในอังกฤษเป็นเงินกว่า 805,000 เหรียญ (หรือประมาณ 27 ล้านบาท) เนื่องจากได้ผลิตซอฟต์แวร์เขียนข่าวอัตโนมัติชื่อว่า “Radar” ขึ้นมา โดยซอฟต์แวร์ตัวนี้สามารถเขียนข่าวได้ถึง 30,000 ชิ้นต่อเดือน

เงินกองทุนของ Google ที่ใช้สนับสนุนในครั้งนี้มาจากโครงการ Digital News Initiative ของ Google ที่ต้องการสนับสนุนนวัตกรรมด้านข่าวรูปแบบดิจิทัลในภาคพื้นยุโรป

ปัจจุบันซอฟต์แวร์เขียนข่าว Radar สามารถรายงานข่าวด้วยข้อมูลพื้นฐาน โดยเฉพาะข้อมูลสาธารณะจากหน่วยงานรัฐบาลหรือหน่วยงานในท้องถิ่น หรือพูดง่ายๆ คือ ตอนนี้ยังทำได้แค่รายงานข่าวทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้วิเคราะห์เจาะจงอะไรเป็นการพิเศษ แต่ที่น่าสนใจคือ ซอฟต์แวร์ตัวนี้สามารถรายงานข่าวด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติได้ โดยมาจากการรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ แล้วแปลงเป็นคำเพื่อสร้างประโยค

แต่ปัญหาคือ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ยังทำงานได้เพียงเบื้องต้น คือรายงานได้แค่ข่าวทั่วไปเท่านั้น และที่สำคัญยังต้องใช้นักข่าวถึงอย่างน้อย 5 คน มาคอยช่วยในการควบคุมการทำงาน เช่น ช่วยระบุข้อมูล ช่วยดูแลและแก้ไขข่าวที่หุ่นยนต์เขียนขึ้น ฯลฯ